22 มิถุนายน 2554

ยาพาราฯ ถ้าไม่จำเป็น...อย่าทาน

ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกของเรานี้ ย่อมมีทั้งคุณและโทษ สิ่งใดที่มันมากเกินไปก็ย่อมไม่ดี เช่นเดียวกับยารักษาโรค แม้ว่าจะมีประโยชน์ แต่หากทานต่อเนื่องยาวนานหรือทานมากเกินไปก็จะส่งผลร้ายต่อร่างกายได้ ดังเช่นยาที่เราคุ้นเคยกันดี เรียกว่ามีไว้ติดบ้าน หรือบางคนทานเป็นประจำเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ ยาลดไข้ บรรเทาปวด ที่เรียกสั้นๆว่า ยาพาราฯ หรือ พาราเซตามอลนั่นเองค่ะ

เนื่องจาก พาราเซตามอล (paracetamol) หรือ อะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) เป็นยาบรรเทาอาการปวด (analgesics) ที่ไม่มีผลข้างเคียงเรื่องการระคายเคืองผนังกระเพาะอาหาร และการแข็งตัวของเลือดเหมือนยากลุ่มเอ็นเซด (non-steroidal anti-inflammatory; NSAIDs) เช่น ยาแอสไพริน ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หากใช้ในขนาดการรักษาปกติ ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่ค่อยรู้พิษสงของยานี้เท่าไหร่ นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อได้ง่ายโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ เป็นเหตุให้ปริมาณการใช้ยาตัวนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และ ทำให้ยาพาราเซตามอลกลายเป็นยาสามัญประจำบ้านไปแล้ว หลายคนไม่ว่าจะเป็นอะไร ก็ขอให้ได้ทานยาพาราไว้ก่อน ไม่ว่าจะปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ เป็นหวัด ปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ ก็มักจะพึ่งแต่ยาพาราเซตามอล โดยที่ไม่ทันได้ไปตรวจรับการวินิจฉัยจากแพทย์ถึงโรคที่เป็นด้วยซ้ำ ก็อย่างที่บอกนะคะว่าอะไรที่มากเกินไปก็ย่อมไม่ดี การทานยาพาราเซตามอลบ่อย ๆ นาน ๆ ก็อาจส่งผลร้ายต่อร่างกายได้เช่นกันค่ะ

ในหลายประเทศได้แก่ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ได้มีการสำรวจวิจัยพบว่ามีการใช้ ยาพาราเซตามอลเกินขนาดมากขึ้นทุกปี และมีผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากการเกิดพิษของพาราเซตามอลจำนวนมาก จนน่าตกใจจนต้องออกมารณรงค์ให้ใช้ยาพาราเซตามอลเฉพาะเมื่อมีความจำเป็น และเผยแพร่ความรู้เรื่องพิษของยาให้ประชาชนตระหนักมากยิ่งขึ้นผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ วิทยุ ใบปลิว เอกสารกำกับยา หรืออินเตอร์เน็ต

ในสหรัฐอเมริกาซึ่งมีการควบคุมการใช้ยาอย่างรัดกุม ได้ศึกษาพบว่า พาราเซตามอล ยาที่คิดกันว่าไม่มีพิษมีภัยนั้น แท้จริงแล้วมีอันตรายที่ต้องพึงระวังอีกหลายอย่าง ที่พบได้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ คือเป็นพิษต่อตับ ท่านอาจแปลกใจที่ทราบว่าสาเหตุลำดับต้น ๆ ของการเกิดตับวาย ไม่ใช่มาจากแอลกอฮอล์ หรือมาจากไวรัสตับอักเสบนะคะ แต่สาเหตุอันดับหนึ่งกลับมาจากยาโดยเฉพาะพาราเซตามอล จากการสำรวจพบว่าพาราเซตามอลเป็นตัวการทำให้ตับวายได้บ่อยกว่ายาแก้โรคเบาหวานที่ชื่อ เรซูลิน ที่ถูกประกาศห้ามใช้ไปแล้วด้วยซ้ำไปค่ะ สำหรับกลไกการทำลายตับของยาพาราเซตามอลนี้ พบว่ายาชนิดนี้เมื่อเราทานเข้าไป ร่างกายจะขับออกได้จะต้องผ่านขบวนการขับพิษที่ตับถึงสองขั้นตอน โดยขั้นตอนที่หนึ่งก่อให้เกิดสารผลิตผลที่เป็นพิษ (Toxic metabolite) ชื่อ NAPQI จึงต้องเข้าสู่ขั้นตอนที่สองซึ่งใช้สารกลูต้าไธโอน ทำให้สารกลูต้าไธโอนในตับลดลง หากใช้นานติดต่อกันหรือใช้เกินขนาด ก็จะทำให้ระดับสารผลิตผลที่เป็นพิษนี้เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้เป็นพิษต่อตับรุนแรงในที่สุดค่ะ

ดังนั้น ทางที่ดีคุณควรใช้ยาพาราเซตามอลเท่าที่จำเป็นและใช้ในขนาดการรักษาปกติ คือ ยาพาราเซตามอล 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (เช่น น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ก็กินแค่ยาเม็ดขนาด 500 มิลลิกรัม 1 เม็ด ก็เพียงพอ) และหากไม่มีอาการแล้วก็ควรหยุดกินยาทันที หรือหากใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลาประมาณ 3-4 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยเพิ่มเติมจะดีกว่าเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองค่ะ อย่าลืมนะคะ ยาพาราฯ หรือยาไหนๆ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าทานเลยค่ะ ทางที่ดีเรามาดูแลสุขภาพให้ดี เพื่อจะได้ไม่เป็นโรค และจะได้ไม่ต้องทานยาดีกว่าค่ะ

ธัญญลักษณ์ เหล็กพิมาย
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

21 มิถุนายน 2554

Perodua Myvi ..ซิตี้คาร์น้องใหม่จากค่ายยานยนต์แดนเสือเหลือง

ถ้าพูดถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคเอเซียแล้ว แม้บ้านเราจะได้ชิ่อว่าเป็นฐานการผลิตของรถยนต์หลายยี่ห้อที่หอบเอาทุนหลายล้านเข้ามาทุ่มสร้างโรงงานในไทย ทว่าไทยกลับยังไม่มียานยนต์ที่ผลิตโดยคนไทยเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง

แม้ข้อเท็จจริงเรื่องนี้จะได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง แต่ก็ยังไม่มีแรงผลักดันที่เป็นจริงเป็นจังเกิดขึ้นอย่างชัดเจน และมีค่ายรถยนต์จำนวนมาตบเท้าเข้ามาเร่ขายในไทย โดยเฉพาะเพื่อนบ้านทางใต้มาเลเซีย ที่เราหลายคนอาจจะรู้จักค่ายรถยนต์ Proton ที่เข้ามาทำตลาดนานแรมปี แต่เมื่อไม่นานมานี้ อีกค่ายรถยนต์หนึ่งแดนเสือเหลืองก็เพิ่งจะแนะนำซิตี้คาร์น้องใหม่

Perodua Myvi

มีคนจำนวนน้อยมากในบ้านเราที่จะรู้จักค่ายรถยนต์มาเลเซียที่ชื่อ Perodua ที่ล่าสุดเพิ่งมีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดกับการกลับมารุ่นที่ 2 ของซิตี้คาร์ยอดนิยม Myvi ที่ถึงรถยี่ห้อนี้จะยังไม่มีมาจำหน่ายในบ้านเรา แต่ด้วยความที่เมืองไทยกำลังเห่อซิตี้คาร์เข้าขั้น จึงอยากนำมาให้ชมกัน

Peradua Myvi นั้นเป็นรถที่ได้รับการกล่าวถึงมาพักใหญ่ หลังจากที่รุ่นก่อนหน้านี้ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2005 และสิ้นอายุไขในปีนี้ โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงต้นปีมีการแอบถ่ายรถรุ่นนี้ได้มากมาย และทำให้ชาวมาเลเซียรอลุ้นถึงการมาของ หนึ่งในซิตี้คาร์ยอดนิยมของประเทศ

Perodua Myvi

มิติตัวถังที่ยาว 3690 มม. กว้าง 1,665 มม. มาพร้อมระยะฐานล้อ 2,440 มม ถือเป็นทางออกของรถรุ่นใหม่จากอีกหนึ่งค่ายยานยนต์แดนเสือเหลือง ที่มีการย่อความยาวลงจากเดิม 60 มม แต่เพิ่มเส้นสายการออกแบบให้ตอบรับความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ที่ผสานกับใบหน้าที่ทันสมัยและดึงดูดใจตั้งแต่แรกเห็น ที่เริ่มจากกันชนหน้า-ไฟหน้า ไปจนถึงเส้นสายด้านข้างที่ลงตัวในแบบ 5 ประตูแฮทช์แบ็คตามความนิยม ส่วนบั้นท้ายตอบโจทย์ในแบบสปอร์ตที่มีลักษณะไฟคล้าย LED

ในห้องโดยสาร Peradua พกความพิเศษรอบด้านมาตั้งแต่แรกพบ เริ่มจากกระจกของรถที่สามารถกัน UV ได้มากถึง 91% แต่เมื่อมองภาพรวมของอีกจิ๋วจากมาเลเซียก็จะพบความสะดวกสบายที่มาพร้อมเพรียงอย่างครบครัน โดยเฉพาะคอนโซลหน้าที่เน้นการออกแบบที่ตอบสนองได้อย่างลงตัว ที่ตรงหน้าคนขับมีไมล์เรืองแสงมาพร้อม ส่วนคันเกียร์ฝังตรงกลางคอนโซลหน้าให้จับเปลี่ยนเกียร์ได้ถนัดมือ

Perodua Myvi

เรื่องความบันเทิงในรถก็มีมาให้ แต่ Peradua Myvi มาพร้อมโดยในรุ่น Premium ,elegance ที่จัดจอทัชสกรีน 6 นิ้วมาให้เป็นทางเลือก ส่วนการตกแต่งต่างกันเล็กน้อยระหว่างธรรมดา กับความหรูหรา ที่ใต้เครื่องเสียงก็เป็นเรื่องของระบบปรับอากาศ

ความพิเศษของ Myvi นั้นไม่ได้อยู่แค่เพียงการออกแบบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้พื้นที่ห้องโดยสารได้อย่างชาญฉลาด และถ้าเทียบกับรุ่นก่อนหน้ารถรุ่นนี้มีห้องโดยสารที่ยาวขึ้นอีก 15 มม. และ กว้างขึ้น 20 มม. ที่ทำให้พื้นที่ด้านหลังสามารถจุของได้ถึง 208 ลิตร แต่ยกขึ้น-ลงง่ายและสะดวก จากการออกแบบลักษณะเสา C ใหม่

Perodua Myvi

เรื่องสมรรถนะการขับขี่ก็มั่นใจได้กับเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร ผลิตแรงม้าสูงสุด 90 ตัวจากโรงงาน ในขณะที่แรงบิดเรียกได้มากถึง 117 ที่ 4,000 รอบต่อนาที จับคู่มาพร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรือถ้าอยากสบายก็ซื้อรุ่นเกียร์ธรรมดา 4 สปีด ที่ขับง่ายกับพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า และในรุ่น Premium และ Elegance ยังมาพร้อมระบบเบรค ABS ช่วยกระจายแรงเบรคจาก EBD และช่วยเสริมความมั่นใจจาก BA แต่ที่แน่ๆ ทุกรุ่นมาพร้อมถุงลมนิรภัย ทั้งฝั่งตุ๊กตาหน้ารถและคนขับ

อย่างไรก็ดี Peradua Myvi ไม่ใช่รถที่จะเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ แต่ราคาเจ้าซิตี้คาร์น้องใหม่ของแดนเสือเหลืองนี้ก็เปิดราคาที่หากคิดเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 439,000 บาท และสูงสุดอยู่ที่ 574,000 บาท ที่นับว่าไม่แพงมากนักสำหรับรถที่ดีไซน์งาม สมรรถนะโอเค และมาพร้อมความปลอดภัยที่ครบครัน

ที่มา Sanook.com