23 มิถุนายน 2552

ที่มาของคำว่า guru

กูรู
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี



กูรู (गुरू สันสกฤต) เป็นคำทับศัพท์ หมายถึง ครู หรือ อาจารย์ ในศาสนาพราหมณ์ฮินดู มาจากปรัชญาความเชื่อในความสำคัญของการเข้าถึงความรู้ โดยมี กูรู หรือ อาจารย์เป็นผู้ชักนำไปสู่จุดสูงสุด ในประเทศอินเดียในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาฮินดู และซิกข์ คำ กูรู นี้ยังคงความหมายของความศักดิ์สิทธิ์

อนึ่ง คำว่า กูรู นี้เป็นการทับศัพท์ในภาษาอังกฤษ โดยสะกดว่า "guru" ซึ่งหากทับศัพท์มาใช้ในภาษาไทย ก็จะต้องเขียน "คุรุ" ซึ่งมีศัพท์นี้อยู่แล้วในภาษาไทย เช่น คุรุสภา, คุรุศึกษา เป็นต้น (ในภาษาบาลีใช้ "ครุ" เช่น ครุศาสตร์, ครุภัณฑ์) อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีความนิยมใช้คำว่า กูรู นี้ในเชิงการบริหารและการศึกษา หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในสาขานั้นๆ

กูรู ในภาษาสันสกฤตนั้นยังใช้หมายถึง พฤหัสบดี ซึ่งเป็นเทพเจ้าองค์หนึ่ง ซึ่งตรงกับเทพเจ้าจูปิเตอร์ของชาวโรมันนั่นเอง ตามความเชื่อในศาสนาฮินดูนั้น ดาว จูปีเตอร์/กูรู/พฤหัสบดี ถือว่าเป็นดาวที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ ในภาษาต่างๆ ของอินเดีย คำว่า พฤหัสปติวาร(วันพฤหัสบดี) จะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าว่า คุรุวาร(วันกูรู) โดย วาร นั้นหมายถึงวัน

กูรู ในอินเดียในทุกวันนี้ใช้ในความหมายทั่วไป หมายถึง "ครู"

ในประเทศตะวันตก กูรู ยังใช้ในความหมายที่กว้างขึ้นหมายถึง บุคคลที่เผยแพร่ศาสนา หรือ กลุ่มความเชื่อตามปรัชญาต่างๆ คำนี้ยังใช้ในความหมายเชิงอุปมา หมายถึงบุคคลผู้ซึ่งอยู่ในสถานะที่เชื่อถือได้ เนื่องมาจากความรู้ และความชำนาญ ที่เป็นที่ประจักษ์ และ ยอมรับ

20 มิถุนายน 2552

ความรักของวงกลมกับสามเหลี่ยม

เรื่องเล่าของวงกลม ...


นานมาแล้ว ... มีวงกลมอยู่วงหนึ่ง
เศษเสี้ยวหนึ่งของมันหายไป


มันกลิ้งไป ... กลิ้งไป
ตามหาเศษเสี้ยวที่หายไปนั้น

มันเจอผู้คนมากมาย
แต่ไม่มีใครเลย ที่จะเติมเต็มมันได้

บางที .. ก็ใหญ่เกินไป
ถ้าฝืน ... ก็จะเจ็บทั้งสองฝ่าย


บางที ... คิดว่าเข้ากันได้
แต่พอจะก้าวไปข้างหน้า ... ถึงได้รู้ว่า "ไปด้วยกันไม่ได้"


บางที ... เศษเสี้ยวมีหนามแหลมคม
กว่าจะรู้ตัวว่า " ไม่ใช่"
ก็ได้ทิ้งบาดแผลและความเจ็บปวดมากมายไว้ให้เจ้าวงกลม


มันยังกลิ้งไป ... กลิ้งไป


จนในที่สุด ... ก็ได้พบเศษเสี้ยวของมัน


แล้ววงกลม ... ก็เต็มวง

ถ้าเรื่องมันจบแฮปปี้ยังงี้ก็ดีเนอะ ลองมาฟังนิทานอีกเรื่อง ...


เรื่องเล่าของสามเหลี่ยม


ยังจำเศษเสี้ยวของวงกลมนั้นได้ไหม ?
เสี้ยวรูปสามเหลี่ยม... กำลังตามหาวงกลมของมัน

มันกลิ้งไป ... กลิ้งไป

พบคนมากมาย ...
แต่ไม่มีใครเลย ...ที่เป็นที่ของมัน

นี่ก็ไม่ใช่ ... นั่นก็ยังไม่ใช่

พอเจอคนที่คิดว่าใช่ ...

กลับพบว่า
เขามีส่วนเติมเต็มของเขาอยู่ แล้ว

สามเหลี่ยม ... กลิ้งไป ... กลิ้งไป ...

กลิ้งไป ... กลิ้งไป

จนขอบของมันเริ่มมนลง

ในที่สุดสามเหลี่ยมนั้น
กลายเป็นวงกลม
และพบว่าตัวเอง สามารถกลิ้งไปได้ด้วยตัวของมันเอง
... โดยไม่ต้องการให้ใครมาเติมเต็ม ...

19 มิถุนายน 2552

คุณเป็นคนโสดแบบไหน?

โสดแสนดี

โสดประเภทนี้มีแต่ความหวังดี (มาก) และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อคนที่รักตลอดเวลา แม้ตัวเองจะเจ็บช้ำแค่ไหนก็ยอม ขอแค่ให้เขาหรือเธอมีความสุขก็พอ (โห... เจ้าชาย/นางฟ้า ตัวจริง) ลักษณะเด่นของคนโสดกลุ่มนี้คือ รักกี่ทีก็ช้ำ เพราะมัวแต่เป็นคนดี (ไม่ดูตาม้าตาเรือ)คนโสดประเภทนี้ เขาจะมีเพลงประจำตัว คือ เพลงคนดีไม่มีที่อยู่ ของ POTATO (โดนมากๆ อันนี้อ่ะ)

โสดเจียมตัว

โสด ประเภทนี้เป็นคนดีอีกแบบ (แต่น้อยกว่าข้อแรก) ดีแบบเจียมเนื้อเจียมตัว มองตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าอยู่ตลอดเวลา ไม่หวังอะไรมากมาย ขอแค่เป็นจุดหนึ่งเล็กๆ เท่าตับมดที่ได้รักเธอก็พอ (อะไรจะเล็กขนาดนั้น... 555) คนโสดกลุ่มนี้ มีเพลงประจำตัว คือ คนเจียมตัวของ SO COOL

โสดโดนสาป

โสด ประเภทนี้มองชีวิตว่ามีกรรม ฟ้าดินกลั่นแกล้ง สวรรค์ไม่มีตา เทวดาสาปส่งให้ไม่มีคนรัก ไม่มีคนสนใจ (โห... ชีวิตรันทดสุดๆ อ่ะ) มีรักเก็บกักตุนไว้เต็มหัวใจ แต่ไม่มีใครต้องการ(แงๆ เศร้าจริงๆ) เพลงประจำตัวคนโสดประเภทนี้ คือ คนไม่มีแฟน ของ เบิร์ด ธงไชย

โสดปากแข็ง

โสด ประเภทนี้ชอบทำตัวเหมือนไม่เดือดร้อน ไม่มีใครรักก็ไม่เป็นไร ฉันอยู่ของฉันได้อย่างสบายๆ ไม่แคร์ใคร (แต่ใครจะรู้บ้างว่าในใจน่ะว้าเหว่มากๆ แถมร้องตะโกนเรียกหาใครบางคนอยู่) คนกลุ่มนี้มี เพลงประจำตัว คือ ความลับ ของ พอส

โสดอาฆาต

โสด ประเภทนี้มีความอาฆาตพยาบาทสูง รักแรง เกลียดแรง แถมยังแค้นแรงอีกต่างหาก(ใครทำฉันเจ็บ จากไปอย่าได้หวังว่าจะมีความสุข เพราะฉันจะตามสาปส่งพยาบาททุกชาติไป) คนกลุ่มนี้มี เพลงประจำตัว คือ ขวากหนาม ของ HYPER

โสดใฝ่สูง

โสดประเภทนี้แตกต่างโดยสิ้น เชิงกับโสดเจียมตัว เพราะมีนิสัยและการมองโลกที่ตรงข้ามกันมีความทะเยอทะยาน ฝันสูง ถือคติความรักไม่ใช่เรื่องไกลตัว เธอหรือเขาอยู่สูงแค่ไหนก็ต้องเอื้อมมาให้ได้ แม้จะถูกคนในสังคมส่วนใหญ่มองว่าเป็นหมาวัดที่ชอบเด็ดดอกฟ้าก็ย อมเพลงประจำตัวคนโสดประเภทนี้ คือ หมาเห่าเครื่องบิน ของ โลโซ

โสดเจ็บแล้วต้องจำ

โสด ประเภทนี้เป็นพวกเข็ดขยาดกับความรัก เพราะเคยมีประสบการณ์ที่เจ็บปวด (อกหัก/ถูกทิ้ง) ก็เลยถือคติเจ็บแล้วต้องจำ จะไม่ช้ำ ไม่รักใครอีกแล้ว ขออยู่เป็นโสดไปจนตาย (ปิดกั้นตัวเองซะยั่งงั้น) เพลงประจำตัวโสดประเภทนี้ คือ เพื่อนกับแฟนแทนกันไม่ได้ของ เล้าโลม

โสดมั่นใจ

โสด ประเภทนี้มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง (มาก) สามารถพลิกผันสถานการณ์ “อกหัก” ให้เป็น “ทางเลือก” ได้ ประมาณว่า ดีแล้วที่เลิกกันไป ฉันจะได้มีโอกาสมองคนใหม่ที่ดีกว่านี้(ถึงจะเป็นโสดก็ไม่เป็นไร ฉันมั่นใจ ฉันไม่ผิด) เพลงประจำตัว คือ ไม่เดือดร้อน ของ Calyn

โสดพยายาม

โสด ประเภทนี้มีเป้าหมายชัดเจนว่าไม่อยากเป็นโสด ฉะนั้นจึงมีความพยายาม กระตือรือร้นและลงมือทำเพื่อให้พ้นจากสถานะ “โสด” โดยเร็ว ถือคติไม่ลงทำมือก็ไม่ได้มา (แต่ยังไม่เข้าข่ายเกินงาม) เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ของโสดกลุ่มนี้เป็น สาวยุคใหม่ มีความมั่นใจพอตัว เพลงประจำตัว คือ ผ้าเช็ดหน้า ของ ไทรอัมพส์คิงดอม

โสดยังหวัง

โสด ประเภทนี้มีความหวังเป็นแรงบันดาลใจ ถือคติชีวิตนี้ไม่สิ้นหวัง ชอบการรอคอยค้นหาวันนี้ไม่เจอไม่เป็นไร พรุ่งนี้ยังไหว... รอได้ๆ แต่มีความพยายามไม่เท่ากลุ่มก่อนหน้านี้ ไม่ชอบการลงมือปฏิบัติ แต่ชอบตั้งหน้าตั้งตารอคอย (กี่ชาติผ่านไป ไม่เคยสิ้นหวัง!!) สำหรับเพลงประจำตัว คือ คนที่ไม่เข้าตา ของ Calories – Blah Blah

เอ... แล้วเพื่อนๆ ล่ะคะ เป็นคนโสดแบบไหน?

15 มิถุนายน 2552

ภรรยาขอร้องให้สามีซ่อมที

"สามีนอนดูอเมริกันฟุตบอลอยู่ ภรรยาเข้ามาขอร้อง
"ซ่อมไฟทางเดินให้หน่อยสิ มันเสียมาหลายวันแล้ว"
"ซ่อมไฟเหรอ" สามีโมโห
"ฉันไม่ได้ทำงานเจเนรัลอิเลคทริคนะ ดูที่หน้าผากซิมี จีอี. สลักไว้หรือเปล่า"
"งั้นซ่อมประตูตู้เย็นให้หน่อยนะ" ภรรยาขอต่อ
"ซ่อมตู้เย็น ? " สามีฉุน "ไม่ได้ทำงานเวิล์ดพูลนะ ดูหน้าผากฉันซิมีอักษรสลักไว้หรือเปล่า"
"ค่ะ อย่างน้อยช่วยดูบันไดให้หน่อยได้ไหม รู้สึกมันจะพังแล้วนะ
"ซ่อมบันได" สามีโมโหสุดขีด "ฉันไม่ใช่พนักงานรับซ่อมบ้านนะ ดูซิมีเครื่องหมายพนักงานอยู่ตรงไหน"
สามีปึงปังออกจากบ้านไป เขาไปดื่มเหล้าดับอารมณ์อยู่สักพักก็รู้สึกตัวว่าเขาพูดจารุนแรงไป
เขาตัดสินใจกลับบ้านมาซ่อมของใช้ให้ภรรยา
เมื่อกลับเข้าบ้าน เขาเห็นไฟทางเดินส่องสว่างดี ประตูตู้เย็นก็ซ่อมเป็นปกติ บันไดก็ซ่อมเสร็จ
เขาจึงถามภรรยา "ที่รัก นี่เธอซ่อมมันยังไง"
"อ๋อ พอคุณออกจากบ้านไป ฉันก็นั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าบ้าน มีผู้ชายคนหนึ่งผ่านมาถาม ฉันเลยเล่าให้ฟัง
เขาอาสาว่าจะซ่อมให้ โดยขอนอนกับฉันครั้งหนึ่ง หรือไม่ก็ทำคุกกี้ให้เขา"
"เหรอ แล้วเธอทำคุกกี้อะไรให้เขาล่ะ" สามีถาม
"นี่คุณ" ภรรยาขึ้นเสียง
"ดูหน้าผากฉันซิ มีอักษร S & P หรือเปล่า"

09 มิถุนายน 2552

3สิ่งยืนยันรักแรกพบของคุณคือเรื่องจริง


บางครั้ง การที่เราไม่เคยเจอกับตัวเอง เราก็อาจจะไม่เชื่อว่า รักแรกพบนั้นมีอยู่จริง

เรามักจะคิดว่า รักแรกพบนั้นเป็นเพียงอารมณ์หลงชั่ววูบ จากการที่เราได้พบใครสักคนหนึ่ง ที่ดูสวย, หล่อ หรือน่าสนใจ เมื่อแรกเห็น แต่รักแรกพบมีอยู่จริง และเกิดขึ้นมาตั้งแต่ในอดีต หลายร้อย หลายพันปีมาแล้ว...
ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์เกี่ยวกับรักแรกพบ มีบันทึกเอาไว้หลากหลายรูปแบบ ทั้ง เรื่องเล่าจากปากสู่ปาก งานศิลปะ หนังสือ ดนตรี บทกวี การละคร ภาพยนตร์ และในปัจุบัน คนโดดเดี่ยวหลายล้านคน ก็ยังรอคอยที่จะได้พบกับรักแรกพบ เข้าสักวัน แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเรากำลังตกอยู่ในห้วงเวลาแห่งรักแรกพบ?

3 ข้อด้านล่างนี้ คือความจริง ที่จะบอกว่า คุณได้พบกับรักแรกพบอย่างแท้จริงเข้าให้แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น มีความหมายมากกว่า การเกิดอารมณ์ความรู้สึกหลงไหล หรือเพียงแค่อาการตื่นเต้น หัวใจสูบฉีดอย่างรุนแรงชั่วขณะ

1.คุณรู้สึกว่าไม่จำเป็น ที่จะต้องรีบร้อนมีเซ็กส์
หากความรู้สึกเมื่อแรกพบของคุณ สื่อความต้องการออกมา เป็นเรื่องของความต้องการทางด้านร่างกาย คุณรู้สึกรีบร้อน กระวนกระวายใจ นี่ไม่ใช่ “รักแรกพบ” แต่จัดเป็น “หลงแรกพบ” มากกว่า ในทางตรงกันข้าม หากคุณรู้สึกว่า สามารถควบคุมแรงกระตุ้นทางด้านร่างกาย ได้อย่างง่ายดาย และคุณมีความรู้สึกว่า ต้องการที่จะรู้จักคนๆ นั้นให้มากขึ้น โดยค่อยๆ ทำความรู้จักไปที่ละนิด อย่างช้าๆ นี่ละ! รักแรกพบ และความรู้สึกเช่นนี้ ก็จะช่วยให้ คุณสามารถจัดการกับทุกอย่างได้อย่างลงตัว

2. คุณเห็นมุมที่คนอื่นๆ มองไม่เห็น ในตัวของคนๆ นั้น
คนอื่นๆ จะมองบุคลิกภาพ หรือลักษณะภายนอก ซึ่งทุกๆ คน สามารถมองเห็น และรู้สึกประทับใจ ได้เช่นเดียวกัน แต่ทว่า รักแรกพบ หรือการรักใครสักคน คุณจะสามารถมองเห็นไปได้ไกลกว่านั้นอีก เช่นสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนในตัวของคนๆ นั้น หรืออะไรสักอย่าง ที่คนอื่นๆ ไม่ได้สังเกต หากคุณพบว่า ตัวเองสังเกตเห็น คุณค่าที่น่าประทับใจบางอย่าง จากคนๆ นั้น ซึ่งแม้แต่เพื่อนสนิทของคุณ ก็ไม่สามารถสังเกตเห็น นั่นแสดงว่า คุณได้พบกับรักแรกพบเข้าให้แล้ว

3. คุณต้องการเรียนรู้ทุกๆ สิ่ง เกี่ยวกับคนๆ นั้น เท่าที่คุณจะสามารถทำได้
สำหรับประเด็นในเรื่องนี้ จริงๆ แล้ว อาจจะเกิดขึ้นได้ ในกรณี “หลงแรกพบ” ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หาก 2 ข้อ ที่ผ่านมา ชี้ชัดๆ แล้วว่า คุณมีความรู้สึกตามนั้น ดังนั้นแล้ว ข้อ 3 นี้ จะเป็นตัวตัดสิน และทำให้คะแนนเป็นเอกฉันท์ และได้ผลสรุปออกมาว่า คุณได้เจอกับรักแรกพบเข้าให้แล้วจริงๆ

การรักใครสักคน หมายถึงความต้องการ ที่จะเรียนรู้ทุกๆ สิ่งๆ ที่คนๆ นั้นใช้ในการดำเนินชีวิต ตั้งแต่ สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ไม่ชอบ และประสบการณ์ชีวิต ในเรื่องต่างๆ และการตั้งใจเรียนรู้กันไปอย่างช้าๆ ด้วยความเข้าใจ จะพัฒนารักแรกพบ ไปสู่ชีวิตคู่ที่โรแมนติก แบบยาวนานต่อไป


ที่มา Permalink : http://blog.spu.ac.th/patrick




02 มิถุนายน 2552

ข้อความตอบรับโทรศัพท์

1. ตอนนี้ผมกับภรรยาไม่สามารถ มารับโทรศัพท์ได้ คุณคงนึกภาพออกนะ
เราเพิ่งแต่งงานใหม่ ดังนั้นฝากชื่อกับเบอร์โทรไว้
แล้วเราจะโทรกลับไปเอง เมื่อเรา เสร็จแล้ว

2. ข้อ ก. งาน - ข้อ ข. เบียร์ - ข้อ ค.ถ่ายทอดสดฟุตบอลกะมวย
นี่คือเหตุผล ที่เราไม่อยู่ ดังนั้น กรุณทิ้งชื่อกับเบอร์ไว้

3. หวัดดี นี่ สมคิดพูด ถ้าคุณโทรจากองค์การโทรศัพท์ ผมจ่ายเงินแล้ว
ถ้าคุณคือพ่อกะแม่ผม ส่งเงินให้ผมหน่อย
ถ้าคุณคือบริษัทเงินกู้ คุณให้เงินผมกู้น้อยไปหน่อยนะ
ถ้าคุณคือเพื่อนผมก็จ่ายเงินที่ติดผมซะดีดี
และถ้าคุณเป็นผู้หญิงสาวสวย ล่ะก้อ ไม่ต้องห่วงผมมีเงินเยอะแยะครับ

4. ฮัลโหล ตอนนี้ชั้นไม่อยู่บ้าน แต่เครื่องตอบรับชั้นอยู่
พูดกับมันแทนไปก่อนละกัน หลังจากเสียง บี้บ ดังขึ้น

5. ฮัลโหล ผมคือเครื่องตอบรับของสมชาย คุณ ล่ะเป็น อะไร ?

6. (อันนี้ จากญี่ปุ่น) ไฮ้! นี่ซาโตะ นะ
ถ้าคุณฝากข้อความไว้ ผมจะโทร กลับไป
แต่ถ้าคุณฝากข้อความพร้อมกับเสียงเซ็กซี่ไว้ ผมจะโทรกลับเร็วขึ้น

7. ฮัลโหล เครื่องตอบรับ ของสมพงษ์เสีย นี่ตู้เย็น มาพูดแทนอยู่
กรุณาพูดช้าๆ แล้วผมจะเอาข้อความที่คุณฝากไว้
ทับด้วยแม่เหล็กติดกับ ตัวผมไว้อีกที

8. หวัดดี ผมอาจจะอยู่บ้านก็ได้ แต่ไม่อยากรับโทรจากบางคน
ฝากข้อความไว้สิ ถ้าผมไม่โทรกลับ
แสดงว่าคนที่ผมไม่อยากรับ คือคุณนั่นแหละ...

9.กรุณาฝากข้อความไว้ แต่คุณมีสิทธิ์ ตามกฎหมายที่จะไม่พูดอะไรก็ได้
ทุกอย่างที่ คุณ พูด จะถูกบันทึกไว้ และดำเนินการในศาลได้

10 สวัสดีครับ คุณโทรมาถูกแล้ว ล่ะ แต่ตอนนี้ ผม กับ ภรรยา
ไม่สามารถรับสายได้ เพราะว่าเรากำลังสนุกกับกิจกรรมบางอย่าง
กรุณาฝากข้อความไว้ ล่ะกัน เดี๋ยวเราแปรงฟันกันเสร็จแล้ว
เราจะโทรกลับไป

นักเรียนแพทย์

นายแพทย์ท่านหนึ่งกำลังสอนนักศึกษาเกี่ยวกับการผ่าศพ
ทั้งอาจารย์และนักเรียนกำลังยืนล้อมโต๊ะที่มีอาจารย์ใหญ่นอนอยู่
นายแพทย์พูดว่า “สิ่งที่ทุกคนต้องมีในการผ่าศพมีอยู่สองอย่างคือ 1. คุณต้องมีความกล้า”

ว่าแล้วนายแพทย์ก็เอานิ้วแหย่เข้าไปในตูดศพแล้วก็เอามาเลีย
แล้วก็สั่งให้นักศึกษาทำตาม
นักเรียนต่างมองหน้ากัน
แต่แล้วในที่สุดก็ยอมทำตาม
เอานิ้วแหย่เข้าไปในตูดศพแล้ว
เลียด้วยความพะอืดพะอม

นายแพทย์ พูด “เอาละผมเห็นแล้วว่าทุกคนมีความกล้า ต่อไปคือข้อ 2
พวกคุณต้องมีความช่างสังเกต เมื่อกี้ผมเอานิ้วชี้แหย่เข้าไป แต่ผมเลียนิ้วกลางนะ“

คำนิยามบริษัทชั้นนำ

HONDA : Had One, Never Drive Another: = มีอยู่คันเดียว ไม่เคยขับคันอื่น

TOYOTA : Two Old Yamahas On Thin Aluminum: = เอามอเตอร์ไซด์เก่าๆ สองคันมาตีหุ้มด้วยอลูมินั่มบางๆ

BMW : Broke My Wallet: = ทำเอากระเป๋าตังค์ฉันฉีกอ่ะ

VOLVO : The Vehicle Of Low Velocity Organization: = ยานยนต์ขององค์กรที่ไม่ต้องการความเร็ว

NISSAN : Neatly Installed Sheet Steel Around Nothing: = แค่เอาแผ่นเหล็กมาต่อๆกันไม่มีอะไรนอกเหนือจากนี้

YAHOO : You Always Have Other Options: = คุณยังมีทางเลือกอื่นเสมอนะ

IBM : I Blame Microsoft: = ความผิดของไมโครซอฟโน้นผมไม่ผิด

MICROSOFT : Most Intelligent Customers Realize Our Software Only: = ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ฉลาด จะรู้ว่าโปรแกรมของเราเป็นแค่ของหลอกเด็ก

MAC : Machine Always Crashes: = เครื่องของเราแฮงค์ตลอดเวลา

SWAT : Shoot Without Any Thinking: = ยิงได้เลยไม่ต้องคิดอะไร

ADIDAS : All Day I Dream About Sex: =...แปลเองเลยนะ